Friday, January 29, 2010

Product IT Tripple (สินค้าและงานบริการของบริษัทไอทีทริปเปิลพลัส จำกัด)


PaperLess Office Service
- เป้าหมายเพื่อการเป็นสำนังานไร้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วของการสื่อสารในงานออฟฟิต
เป็นการลดเรื่องของเวลา ระยะทาง และความสูญเสียของกระบวนการ
- เครื่องมือที่ใช้ให้ระบบ PaperLess Office ให้บรรลุเป้าหมายประกอบด้วย mail server และ file server

1. Messaging Mail Server
บริการ implement / setup ระบบ mail ต่อไปนี้
  •  Exchange Mail Server 2003 , 2007
  •  Postfix , Sendmail Server Linux with POP , IMAP Protocol
  •  Zimbra Mail Standard
  •  Webmail , Squirrelmail etc.
2. Share File Server
บริการ implement / setup ระบบ file sharing ต่อไปนี้
  •  SAMBA PDC
  •  SAMBA OpenLDAP Server
  •  Radius Server Authenticated
  •  Change Netware Program to SAMBA Linux
  •  Change Dos Program to SAMBA Linux
  •  Windows Server AD
Document Management (Collaboration System)
- เป็นระบบสำนักงานทางเน็ต มุ่งเน้นให้เกิดการร่วมมือกันสำหรับระบบงานที่ต้องมีผู้ร่วมปฏิบัติงาน
หลายคน ซึ่งจะมีการใช้ข้อมูล การติดตามงาน การประชุม และการวัดผล โดยใช้ทรัพยากรของระบบ
ผ่านเครือข่าย ซึ่งนอกจากจะเป็นการย่นระยะเวลาแล้ว ยังช่วยให้เอกสารและทรัพยากรทั้งหมดของงาน
ไม่ตกหล่นหรือหายไปด้วย
- ระบบ document management ประกอบด้วย solution อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกัน
  • Alfressco Enterprise
  • Zimbra Collaboration Server
  • Redmine Project Management
 Log Implementation 
- เป็นระบบจัดเก็บ log ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ พศ. 2550 โดยมุ่งเน้นให้ผู้รับบริการ "เก็บเท่าที่ใช้
จ่ายเท่าที่จำเป็น" เท่านั้น ประกอบด้วย product ที่เป็นงานบริการ setup ด้วย SyslogNG Linux
และเป็น Solution ระดับ Enterprise ที่รวมคุณสมบัติของการวิเคราะห์ไว้อย่างครบถ้วน
  • Endian Firewall Community
  • Centralize Log with SyslogNG Server Encryption
Backup Solution
- เป็นระบบงานที่เข้ามาเสริมความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทที่เก็บไว้บน server
หรือแม้แต่ในเครื่อง windows แบบ stanalone เมื่อ hardware เกิดล่ม ไฟล์ข้อมูลสูญหาย
solution ในกลุ่มนี้มีทั้งที่เป็น howto เครื่องมือป้องกัน และระบบสำรอง ประกอบด้วย
  • บริการกู้ข้อมูลจาก hdd / และมีเดียต่าง ๆ
  • FreeNAS Storage Server
  • Acronis Enterprise Server
Security / Firewall System
- เป็นระบบที่สร้างความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตให้กับระบบ network
และเครื่อง server ต่าง ๆ ขององค์กร โดยมี solution พื้นฐานถึงระบบ enterprise

  • Endian Firewall Community Modify/Setup/Implement
  • Iptables Linux Implement / Setup / Configuration
  • Anti Spam Mail Linux solution
  • Block / Filter internet rule with Proxy Server
ติดตั้งระบบ Network / CCTV
- เป็นงานบริการออกแบบ และติดตั้งระบบ network ทั้งแบบ wan / lan และระบบ CCTV
ประกอบด้วย
  • เดินสายแลน Fiber Optics,Cat5 / Cat 6 Indoor Outdoor
  • ติดตั้งระบบ Hotspot / Wireless LAN รับประกันความเร็วสูงสุด
  • ติดตั้งระบบ CCTV ที่มีความเสถียร และการเข้าถึงข้อมูลได้จากมีเดียต่าง ๆ

ออกแบบระบบ และติดตั้ง Thin Client Solution 
- เป็นระบบที่ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุง และความสูญเสียงบประมาณทางด้านไอทีได้อย่างเห็นผล
(TCO) และให้ผลตอบแทนต่อ productivity ที่ได้ในระยะเวลาอันสั้น (ROI) ประกอบด้วย
  • Thin Client Maple
  • ออกแบบและติดตั้งระบบ Virtual Server / VMware ESXi , Hyper-X
MA ซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์รายปี
- เป็นบริการรับงาน maintenance อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบงานไอทีขององค์กร เป็นการสนับสนุนให้องค์กรกำหนดงบประมาณ Fixed cost ของไอทีได้ ลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย และยังช่วยให้ลดภาระปัญหางานสูญเสียจากการ Downtime ของเครื่องมือที่ใช้ด้วย เป็นการเพิ่ม productivity ตามแผนงานขององค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยการบริการ
  • ดูแลซ่อมแซมเครื่อง printer ทุกประเภท
  • ดูแลซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์
  • ดูแลซ่อมบำรุง notebook
  • มีเครื่องสำรองพร้อมใช้ทันที
ขายคอมพิวเตอร์ notebook และอุปกรณ์ไอที
- เป็นบริการให้ลูกค้าแบบครบวงจรบริษัทมี สินค้าทางด้านไอที ให้เลือกทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล notebook และสินค้าไอทีอื่น ๆ
  • www.shopsgoods.com






      Tuesday, December 22, 2009

      จัดระเบียบความคิดให้คมด้วย FreeMind

      จัดระเบียบความคิดให้คมด้วย FreeMind

      Friday, December 18, 2009

      ก่อนจะถึงจุดหมาย กรีน ไอที



      การใช้เทคโนโลยีช่วยลดการใช้พลังงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ความสำคัญอยู่ที่ผู้ใช้งานมากกว่า

      "กรีนไอที" หรือเทคโนโลยีสีเขียว สำหรับใครหลายคนเริ่มกลายเป็นคำคุ้นเคยที่ให้ความหมายถึงการใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือโซลูชั่นช่วยประหยัดพลังงานที่ทั่วโลกต่างรณรงค์กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังจะคลี่คลายปัญหาอุณหภูมิโลกที่กำลังสูงขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

      หาก นับตั้งแต่ครั้งแรกของการรณรงค์ "พลังงานหารสอง" จนถึงนาทีนี้ ปัญหาโลกร้อนก็ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ถึงแม้ว่าผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีหลายๆ รายจะมีสินค้าเพื่อลดการใช้พลังงานออกมาสร้างจุดขาย ตอบสนองความต้องการของผู้มีหัวใจ "รักษ์โลก" ก็ตาม

      บนเวที สัมมนาให้ความรู้ประชาชนในประเด็นเกี่ยวกับ "กรีน ไอที : เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม" ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่จัดขึ้นเร็วๆ นี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ขึ้นชื่อว่า "กรีน" อย่างเดียวนั้นอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ช่วยให้โลกมีสีเขียวขึ้น แต่นิยามที่แท้จริงของ "กรีน ไอที" คำตอบอาจอยู่ที่ "มนุษย์" ผู้ควบคุมการใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากกว่า

      กรีนไม่กรีนขึ้นอยู่กับ"คน"ใช้
      มา ฟังผู้รู้ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการพลังงานรายใหญ่ของประเทศกัน นายไชยเจริญ อติแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที ไอซีที โซลูชั่นส์ จำกัด ในเครือ ปตท บอกว่า ปัญหาโลกร้อนก็ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องแก้ไขกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อลดการใช้พลังงานออกสู่ตลาดให้เลือกนานาชนิด รวมทั้งความพยายามในการรณรงค์ลดการใช้พลังงานของหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการใช้พลังงานเกินความจำเป็นได้


      เขา อธิบายว่า การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เท่านั้น เนื่องด้วยความสำคัญอยู่ที่ "ผู้ใช้งาน" มากกว่า เพราะแม้อุปกรณ์จะดีเพียงใด แต่หากใช้งานอย่างไม่รู้คุณค่า หรือไม่รู้จักบริหารจัดการ ก็เท่ากับว่า ความพยายามในการลดการใช้พลังงานก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล


      ยกตัวอย่างเช่น น้ำแก้วหนึ่งหากดื่มไม่หมดส่วนที่เหลือก็จะกลายเป็นของเสีย ซึ่งในเมื่อทุกอย่างสามารถเป็นของเสียได้ ถ้าไม่รู้จักบริหารก็จะกลายเป็น "เปล่า" ประโยชน์ มีเทคโนโลยีแต่ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพก็ไม่เกิดประโยชน์เช่นกัน


      "เรา พูดถึงการประหยัดพลังงานมานานแล้ว ทุกคนก็บอกว่าต้องประหยัดพลังงาน แต่ในความเป็นจริง เวลาจะซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ เราก็มักจะดูกันแค่ราคา และประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง แต่ไม่ได้ดูเลยว่า กินไฟเท่าไร ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่า ทุกอย่างมี Waste แต่ไม่รู้จักบริหารก็ปล่อยให้มัน so what" นายไชยเจริญว่า


      อย่างไรก็ตาม สำหรับหน่วยงานใหญ่อย่าง "ปตท." ก็เริ่มต้นมาตราการประหยัดพลังงาน โดยนำระบบ "อีเนอร์จี อนาไลเซอร์" ใช้สำหรับคำนวณการใช้พลังงานของฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ที่จะจัดซื้อ

      รวมทั้งยังตอบรับการใช้เทคโนโลยี "เวอร์ชวลไลเซชั่น" เพื่อดึงความสามารถของเทคโนโลยีทุกตัวออกมาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ


      ปตท.ปักธงต้นแบบกรีนไอซีที
      นอก จากนี้ ล่าสุดผู้บริหารสูงสุดของปตท. ได้เห็นชอบให้ "พีทีที กรุ๊ป" ซึ่งหมายความถึงบริษัทในกลุ่ม ปตท.ทั้งหมดกว่า 100 บริษัททั่วโลก เริ่มดำเนินงานตามนโยบาย "กรีน ไอซีที โพลิซี" โดยในขณะนี้ได้เริ่มประกาศให้ภายในองค์กรรับทราบแล้ว และกำลังเตรียมลงนามประกาศให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักด้านไอทีของกลุ่ม ปตท. ในเร็วๆ นี้

      เขา บอกว่า นโยบายดังกล่าวจะมีผลให้การใช้โซลูชั่นไอทีทุกอย่างใน ปตท. จะต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงานเป็นหลักครบทั้งวงจร ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้เพื่อหวังจะยกให้ "กลุ่ม ปตท." เป็นรัฐวิสาหกิจต้นแบบในด้านการประหยัดพลังงานแห่งแรกของประเทศไทย

      แต่ ทั้งนี้เขาแนะว่า สำหรับองค์กรทั่วๆ ไปไม่ว่าจะมีขนาดเท่าใดก็สามารถเป็น "กรีน คอมพานี" ได้ โดยก่อนจัดซื้อจะต้องประเมิน "ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership:TCO)" โดยให้เห็นความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าดูราคา แต่ใช้งานได้ระยะสั้น เช่น ไมโครโฟนราคา 10 บาท แต่กินไฟวันละ 5 บาท เทียบกับไมโครโฟนราคาแพงกว่า แต่กินไฟเพียงวันละ 1 บาท ซึ่งเมื่อเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานนาน เมื่อคำนวณต้นทุนที่ต้องเสียไปแล้ว ควรเลือกสิ่งที่คุ้มค่ามากกว่า ดูราคาเพียงอย่างเดียว


      ไอซีทีรับยังไม่มีนโยบายจริงจัง
      ด้าน นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยอมรับว่า การผลักดันของภาครัฐในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสีเขียวยังอยู่เพียงช่วง เริ่มต้นเท่านั้น โดยในบทบาทของไอซีทีจะถูกจัดรวมเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย มีกำหนดใช้ระหว่างปี 2552 - 2556

      ทั้งนี้หลักๆ จะเน้นการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ประชาชนถึงความหมายของ "กรีน ไอที" อย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความตระหนักและหันมาร่วมมือใส่ใจการใช้เทคโนโลยีเพื่อรักษาสิ่ง แวดล้อมกันมากขึ้น

      ขณะที่กระทรวงไอทีซีก็จะเริ่มทำให้เห็นเป็น ตัวอย่าง เช่น การเลือกซื้อเครื่อง หรือฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

      ก่อนหน้า นี้ ไอดีซี เคยเผยผลสำรวจเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า ในเอเชียแปซิฟิก ซีไอโอ ต่างให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม (กรีนไอที) มาใช้กับองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคนี้ โดยเน้นการผลักดันและการประเมินค่า ได้แก่ การลดการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์

      ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
      http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20090918/77666/

      เอาท์ซอร์ส โซเชียลเว็บแรง ดันวิชั่นซีไอโอเปลี่ยน

      thin client

      ถ้าเปรียบธุรกิจเหมือนเกมแข่งขัน วันนี้กฏ กติกา รวมถึงผู้เล่นได้เปลี่ยนไปแล้ว ถึงยุคที่ซีอีโอ และซีไอโอต้องหันมาทบทวนโครงสร้างธุรกิจใหม่ การบริหารธุรกิจยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย จะคิดแต่เพียงว่า มีเงินทุนอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะ "ซีอีโอ" ยุคนี้ต้องเผชิญกับปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน ทั้งควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ ยิ่งในตลาดเกิดใหม่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศกำลังพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีด้วยแล้ว ยิ่งต้อง "คิดหนัก"

      ขณะที่ "เครื่องมือช่วย" สำคัญ ทั่วโลกต่างพูดถึงคือการนำไอทีเข้าไปใช้ในองค์กร กลายเป็นสิ่งที่ "ซีอีโอ" ทุกธุรกิจโหยหา นั่นจึงทำให้ตำแหน่ง "ซีไอโอ" หรือ Chief Information Officer ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง กลายเป็น "มือขวา" ที่ขาดไม่ได้ของ "ซีอีโอ" ยุคนี้

      "แพทริก ชาน" หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี ไอดีซี เอเชีย แปซิฟิก อิเมิร์จจิ้ง เทคโนโลยี เล่าให้ฟังหลังงานสัมมนาซีไอโอ ซัมมิต 2009 ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ว่า ถ้าเปรียบธุรกิจทั่วโลกเป็นเหมือน "เกมแข่งขัน" วันนี้กฏ กติกา รวมถึงผู้เล่นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถึงยุคที่ซีอีโอ และซีไอโอต้องหันมาทบทวนโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะฝั่งของการขับเคลื่อนระบบไอทีภายในองค์กร

      ซีไอโอจีน ฮ่องกงสุดแอคทีฟ
      ไอดีซี ได้สำรวจ "ซีไอโอ เอเชีย" กว่า 250 คน จาก 9 ประเทศทั่วเอเชีย ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย พบว่า แม้เศรษฐกิจทั่วโลกจะยังอยู่ในช่วงขาลง แต่ซีไอโอยังคงให้ความสำคัญในการลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง

      "ผลสำรวจซีไอโอใน ฮ่องกงกว่า 60% กำลังลุกขึ้นมาเปลี่ยนระบบไอที ด้วยการนำเอาเอาท์ซอร์สเข้ามาประยุกต์ใช้ มีแค่ 21% เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย ชี้ให้เห็นว่า ฮ่องกงกำลังเปิดรับรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง และซอฟต์แวร์ คือ บริการ (Software as a Service) เช่นเดียวกับในจีน กว่า 56% ของซีไอโอ ต่างมีแผนนำเอาท์ซอร์สไปใช้ในธุรกิจเช่นกัน และกว่า 43% ของซีไอโอในจีนก็หันมาให้ความสนใจการอัพเกรดแผนงานไอทีในองค์กรเพิ่มมากขึ้นด้วย"

      ผลสำรวจ ยังพบด้วยว่า ซีไอโอส่วนใหญ่ หันมาเน้นการนำไอทีไปปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง รองลงมา คือ การหันไปครีเอทกลยุทธ์บริการใหม่ๆ

      ขณะที่ยุคเศรษฐกิจขาลง สิ่งจำเป็นที่ซีไอโอ บอกว่า ต้องทำ คือ การทบทวนบริการด้านไอที การวางแผนด้านต้นทุน รวมถึงหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานไอที

      ซีไอโอเอเชียใช้ไอทีฟื้นธุรกิจ
      ด้านภาพรวมของ "ซีไอโอ" ทั่วภูมิภาคเอเชีย พบว่า กว่า 58.8% ยังหวังที่จะให้ไอทีเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างรายได้ และผลกำไรในอนาคต ขณะที่ 26.2% ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย และ16% เห็นว่ายังคงต้องให้ความสำคัญต่อการบำรุงรักษาระบบไอทีด้วย

      "ซีไอโอ ในเอเชียยังมีแนวคิดไอทีไปข้างหน้าอยู่ตลอด แม้สภาพเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญ ที่ทำให้การตัดสินใจของซีไอโอในการลงทุนด้านไอทีไม่ง่ายเหมือนในอดีต" ชาน ให้ความเห็น

      ขณะที่ "ซีไอโอ" ของประเทศในเอเชียที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง จีน สิงค์โปร์ รวมอินเดีย ที่แม้ประเทศหลังจะไม่ได้มีการสำรวจครอบคลุม แต่เห็นได้ชัดว่า อินเดีย มีจุดเด่นเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในภาคธุรกิจที่เห็นผลได้ชัด โดยเฉพาะภาคการสื่อสารโทรคมนาคม

      "ออสเตรเลีย มีการนำเอาเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งเข้าไปใช้ในเชิงธุรกิจ รวมถึงการประยุกต์ใช้แนวคิดซอฟต์แวร์ คือ บริการ (Software as a service) และมีผู้ให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่มขึ้นในประเทศหลายราย ขณะที่ประเทศจีน ผลสำรวจซีไอโอกว่า 55% วางแผนที่จะนำแนวคิดเอาท์ซอร์สเข้าไปใช้ในธุรกิจกำหนดอยู่ในแผนงานขององค์กรอย่างชัดเจน"

      เอาท์ซอร์สเทคฯ เด่น
      ส่วนซีไอโอในประเทศไทยอยู่ในระดับท็อป 20 ของภูมิภาค เพราะที่ผ่านมา ซีไอโอใน ไทยจะมั่งเน้นไปที่การบำรุงรักษาระบบไอทีภายในองค์กรมากกว่าการให้ความสำคัญ ต่อการนำเอาระบบไอทีไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดผลกำไรทางธุรกิจ

      "จุดแข็งของซีไอโอในไทย คือ สามารถสร้างที่จะทำให้ระบบไอทีภายในองค์กร มีความโปร่งใส สามารถที่จะตรวจสอบได้ และเปิดกว้างในการรับเทคโนโลยี"

      ผลสำรวจยัง ระบุด้วยว่า เทคโนโลยีเด่นที่ซีไอโอ ต้องการนำไปใช้ในองค์มากที่สุด คือ การเอาท์ซอร์ส โดยซีไอโอกว่า 60% เห็นว่า การเอาท์ซอร์สเทคโนโลยี จะสามารถช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ ซึ่งองค์กรจะสามารถหันมาให้ความสำคัญในการครีเอทสินค้า และบริการที่สามารถแข่งขันในด้านราคาได้เพิ่มมากขึ้น

      ทั้งยังนำไป สู่การประยุกต์ใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ อย่างคลาวด์คอมพิวติ้ง และซอฟต์แวร์ คือ บริการ ด้วย โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดเอาท์ซอร์สในเอเชียมีมากกว่า 9 พันล้านดอลลลาร์

      ซีไอโอหันเน้นโซเชียล เว็บ
      พร้อมกันนี้ ซีไอโอ ยังต้องการที่จะใช้ "โซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง" ติดต่อสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้นด้วย เพราะถือเป็นช่องทางใหม่ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง และกำลังเป็นเทรนด์สำคัญที่ซีไอโอทั่วเอเชียให้ความสนใจ

      "โซ เชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง เป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า โดยการติชมสินค้า และบริการจะเกิดขึ้นในทันที กลายเป็นช่องทางธุรกิจได้รับฟีดแบ๊คกลับมาได้เร็วที่สุด เพราะทีผ่านมาลูกค้าแม้จะไม่ชื่นชอบในบริการ หรือสินค้า แต่ก็ไม่ค่อยนิยมจะติชมผ่านช่องทางเดิมๆ ที่องค์กรธุรกิจเปิดเอาไว้ให้ ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่เหมาะสมในยุคนี้จะต้องสามารถเข้าถึงความต้องการของพันธมิตร ธุรกิจ และลูกค้าที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก"

      ปัดฝุ่นงบประมาณไอที สู่วิธีลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

      thin client
      โดย : เอกรัตน์ สาธุธรรม

      แม้ “การ์ทเนอร์” จะออกมาประเมินปลอบใจภาคธุรกิจว่า การใช้จ่ายทั่วไปของธุรกิจทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่าปี 2553 จะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย 2.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากที่ประเมินครั้งก่อน

      ขณะที่ “ฟอเรสเตอร์” ประเมิน ว่า สหรัฐอเมริกา และประเทศชั้นนำในโลก ล้วนประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงกว่า และยาวนานกว่าที่หลายสำนักประเมินไว้ นั่นส่งผลให้ตลาดไอที เทคโนโลยี มียอดซื้อที่ "ตกต่ำ" อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เชื่อว่าอาจจะกินเวลานานไม่ต่ำกว่า 2-3 ไตรมาสนับจากนี้

      แต่สิ่งที่สร้างความ "ตะลึง" ได้มากกว่า คือ การคาดการณ์ที่บอกว่า งบประมาณด้านไอทีจะ ถูกตัดลดลงถึง 20% ในธุรกิจบางประเภท ที่ถือเป็นการปรับลดครั้งแรกของโลก โดยเฉพาะกลุ่ม "ภาคการผลิต" หรือแมนูแฟคเจอริ่ง รวมถึงอีกหลายประเภทธุรกิจที่ในวันนี้มีแนวโน้มให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น และเป็นแนวโน้มเดียวกันที่กำลังเกิดขึ้นกับธุรกิจประเทศไทย

      มีเพียง 2 กลุ่มธุรกิจเท่านั้น ที่ยังพอมีการลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ “ธนาคาร” และ “โทรคม”

      “ความก้าวหน้าขั้นต่อไปในด้านไอที ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการลดต้นทุน การบริหารความเสี่ยง และการยึดถือปฏิบัติ ตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย” หัวหน้าฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ ว่าไว้

      "นายออง วี เท็ค" พาร์ทเนอร์ กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัทแอคเซนเชอร์ ประจำสิงคโปร์ บอกว่า ยุคนี้ถือเป็นงานสุด “หิน” สำหรับ “ซีไอโอ” หรือผู้บริหารฝ่ายไอทีภายในองค์กร

      เขา บอกว่า ซีไอโอยุคนี้ทำงานยากมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เพราะต้องทำหน้าที่จูงใจให้ "ซีเอฟโอ" หรือผู้บริหารฝ่ายการเงินได้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากจะใช้งบประมาณก้อนหนึ่งเพื่อนำมาลงทุนไอที อาจจะเพื่อลดต้นทุน หรือจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สิ่งที่ได้กลับมานั้น "ได้มาแน่นอนหรือเปล่า" ถ้าคุณตอบไม่ได้ก็ "อย่าหวัง"

      การลดต้นทุนขององค์กรมักจะตกอยู่ในหน่วยงานไอทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหตุเพราะหน่วยงานไอทีนั้น เป็นทั้งศูนย์รวมต้นทุน ค่าใช้จ่าย และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่ม หรือลดต้นทุนการทำธุรกิจ จึงไม่แปลกที่หน่วยงานด้านไอที จะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับมาตรการลดต้นทุนต่างๆ

      “วี เท็ค” เสนอแนวคิดว่า การลดต้นทุนด้านไอทีอย่าง รวดเร็ว และยั่งยืน มาตรการเชิงรับดูจะ “ใช้ไม่ได้ผล” อีกต่อไป เพราะจัดทำขึ้นเพื่อตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งไม่ได้ส่งผลให้มีการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญได้อย่างแท้จริง

      องค์กรธุรกิจควรหันมาพิจารณา 4 ปัจจัยหลักดังต่อไปนี้ หากคิดที่ควบคุมต้นทุนการทำธุรกิจในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน ได้แก่ ความท้าทายธุรกิจ ต้องมั่นใจว่าการลงทุนด้านไอที จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร ต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านไอที ที่มุ่งลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย

      “อย่างองค์กรบางแห่ง มีจำนวนเซิร์ฟเวอร์เยอะมาก ควรหันมาใช้เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่นแทน หรือรวมเซิร์ฟเวอร์เข้าไว้ด้วยกัน”

      ขณะที่ ต้องหันมาทบทวนงบประมาณด้านไอทีทั้งหมด กำหนดให้มีบริการด้านไอทีที่จำเป็น โดยเฉพาะส่วนที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

      เช่นเดียวกับการหันมาทบทวน “ค่าใช้จ่ายที่ซ่อนเร้น” ที่ทีมบริหารไอที ต้องหันมาดูแล ควบคุมสินทรัพย์ และระบบโครงสร้างไอทีที่ “แอบแฝง” ควรนำมารวมไว้เป็นหนึ่งเดียวในระบบไอทีขององค์กรเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

      ผู้บริหารแอคเซนเชอร์เสนอยุทธศาสตร์พลิกแรงกดดันสู่การลดต้นทุนด้านไอทีอย่าง ยั่งยืนไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มที่การลดค่าใช้จ่ายที่ต้องระบุมาตรการที่ชัดเจน และให้ผลรวดเร็วในการลดทอนค่าใช้จ่าย เน้นให้เกิดเงินสดหมุนเวียน คู่ไปกับการสร้างประโยชน์ระยะยาวให้เกิดกับองค์กร

      “ควรลดต้นทุน เพื่อการเติบโตของธุรกิจลง แต่หันมาเน้นลงทุนทางด้านงบไอที เพื่อเป้าหมาย ที่จะได้นำเงินทีได้รับจากการประหยัดต้นทุนมาลงทุนใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ”

      ปัจจุบันองค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย ส่วนใหญ่มักให้งบสำหรับการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรืองบวิจัย และพัฒนาไว้เพียงแค่ 25% ขณะที่ลองไปดูองค์กรไอทีใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกทั้ง "กูเกิล" หรือ "แอ๊ปเปิ้ล" ให้งบวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไว้สูงมาก

      นอกจากนี้ องค์กรควรหันมาใช้สินทรัพย์ด้านไอทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ กำจัดสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็นออกไป และลองหันมา “ออกแบบระบบไอทีใหม่ๆ” ปรับโครงสร้างไอทีเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน และให้ประโยชน์กับองค์กรในระยะยาว หากจะลดต้นทุน ก็ควรต้องลดต้นทุนด้วยวิธีที่ "ชาญฉลาด

      ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
      http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20090807/

      Thursday, December 17, 2009

      ข้อกังวลใจของคนไอที ที่มีต่อระบบ thin client เมื่อครั้งอดีต??

      วันนี้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารของบริษัไอทีแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับงานซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน โดยบริษัทนี้รับงานทำสัญญาซ่อมบำรุงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นหลัก โดยมีประเด็นที่ถกกัน สามประเด็นคือ

      1. งานซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไอทียังคงมีอยู่และเป็น cost ที่สูงหรือไม่สำหรับองค์กรต่าง ๆ ?
      2. หากงานซ่อมบำรุงยังมีอยู่ การ outsource จะถูกกว่าจ้างพนักงานไอทีประจำหรือไม่ ?
      3. หากงานซ่อมบำรุงทำให้เกิด cost เราจะจัดการระบบโดยไม่มีการซ่อมบำรุงได้หรือไม่ ?

      โดยประเด็นหลักของผู้เขียนอยู่ที่ความต้องการลด cost ทางด้านการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ลงให้เป็นศูนย์ให้ได้ในปี 2553 บริษัทที่ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาอยู่มีคอมพิวเตอร์จำนวน 120 เครื่องกระจายอยู่ตามโรงงานสามแห่ง คอมพิวเตอร์แปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเครื่องประกอบ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นเครื่องแบรนด์เนมต่าง ๆ บริษัทไม่มีการซื้อคอมพิวเตอร์เป็น lot คราวละมาก ๆ คอมพิวเตอร์ที่มีจึงหลากรุ่นหลากสเปรคกันมาก บริษัทแห่งนี้มีช่างประจำ 2 คน
      มาพิจารณาดูจำนวนงานซ่อมบำรุงในปีปัจจุบันและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

      ปี 2552 มีการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ ทั้งการเปลี่ยนอุปกรณ์ ลงโปรแกรมใหม่จำนวน 520 งานสรุปค่าซ่อมบำรุงเป็นดังนี้
      1. ค่าแรงพนักงานสองคนเดือนละ 20,000 บาท รวม 12 เดือนเท่ากับ 240,000 บาท
      2. ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนและซื้อใหม่ทั้งปี 150,000 บาท
      3. ค่าซ่อมเครื่อง printer 35,000 บาท
      รวมเป็นค่าซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 425,000
      เวลาที่เสียจากการรอคอมพิวเตอร์ซ่อมเสร็จทั้งปี 1000 ชั่วโมง


      ประเด็นแรก เมื่อดูค่าซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ทั้งปีบวกกับค่าแรงของพนักงานไอทีสองคนด้วย ถือว่าเป็น cost ของไอทีที่สูงมาก หาก ทำสัญญา maintenance รายปีที่สองแสนบาทและพนักงานไอทียังมีอยู่ก็จะมีค่าใช้จ่ายเท่ากับ ค่าซ่อมบำรุงรายปีสองแสนบาท บวกกับค่าแรงพนักงานไอทีอีกสองแสนบาท และบวกกับค่าอุปกรณ์ที่จะต้องเปลี่ยนและซื้อใหม่อีกทั้งปีในปีหน้าหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเท่ากับต้องเสียเงินห้าแสนห้าหมื่นบาท ไม่ได้ลด cost แต่อย่างใด
      --- ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า การ outsource คอมพิวเตอร์นั้นถ้าจะให้คุ้มทุนควรจะเลือกใช้วิธีเช่าคอมพิวเตอร์ที่มีการรับประกันเกี่ยวกับ down time ของเครื่องที่เสีย ซึ่งจะได้รับการแก้ไขได้รวดเร็วกว่า บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนได้ ถ้าบริษัทมีคอมพิวเตอร์อยู่แล้วและทำสัญญาซ่อมบำรุงรายปี ก็จะต้องเสียค่าอุปกรณ์ที่จะต้องเปลี่ยนเมื่อคอมพิวเตอร์เสีย เพราะฉะนั้นจากคำถามข้อที่หนึ่งและข้อที่สองคำตอบชัดเจนอยู่แล้่วว่าค่าซ่อมบำรุงของบริษัทนี้เป็น cost ที่สูงมาก อีกทั้งการ outsource จะถูกกว่าจ้่างพนักงานประจำหรือไม่นั้น กลับมีค่าใช้จ่ายของบริษัทที่สูงขึ้น เนื่องจากยังต้องรักษาบุคลากรไว้ และการทำสัญญาซ่อมบำรุงรายปีนั้น ไม่ครอบคลุมไปถึงค่าอะไหล่คอมพิวเตอร์ที่จะต้องเปลี่ยน ฉะนั้นผู้เขียนจึงมีแนวคิดว่า หากงานซ่อมบำรุงทำให้เกิด cost เราจะจัดการระบบโดยไม่มีการซ่อมบำรุงได้หรือไม่ ?

      ผู้เขียนได้ตั้งคำถามว่า "ถ้านำระบบ thin client เข้ามาใช้แทนคอมพิวเตอร์ ต้นทุนการ maintenance จะลดลงหรือไม่"
      ผู้บริหารท่านนั้นได้เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาก็ขายเครื่อง thin client เหมือนกันยี่ห้อ WYSE แต่ปัจจุบันได้เลิกขายแล้ัว เนื่องจากผู้ใช้งานยังมีความรู้สึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี thin client อยู่ เช่น
      - เทคโนโลยี thin client ใช้ Server เป็นตัวกลาง ถ้า Server เสีย thin client ทุกเครื่องก็ใช้งานไม่ได้ จะเกิดความสูญเสียมากกว่า ?
      - ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บอยู่ที่เครื่อง server เมื่อคราวที่ server เสียข้อมูลหายหมด ?
      - ใช้โปรแกรมต่าง ๆ ช้ามาก
      - มีข้อจำกัดใช้กับโปรแกรมบางอย่างเช่น auto cat หรือ photoshop ไม่ได้
      - ผู้ใช้งานรู้สึกว่าคอมพิวเตอร์ให้ประโยชน์ได้มากกว่า
      เป็นต้น


      แม้จะมีข้อกังวลใจมากมาย แต่ผู้บริหารท่านนั้นก็ยอมรับว่า thin client ทำให้งาน maintenance ลดลงไปได้มากเช่นกัน ผู้เขียนเห็นด้วยกับปัญหาข้อกังวลใจต่าง ๆ ของผู้ใช้งานที่มีต่อเทคโนโลยี thin client แต่ก็เข้าใจว่านั่นเป็นข้อกังวลใจในอดีต ซึ่งในปัจจุบัน thin client ได้พัฒนาปรับปรุงไปอย่างมาก ทั้งได้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นสนับสนุนให้ thin client ทำงานตอบสนองระบบ zero maintenance ได้ ซึ่งผู้เขียนจะได้พูดถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะไขข้อข้องใจของคนที่ยังกังวลเกี่ยวกับระบบ thin client อยู่ ในวันต่อไป...

      บทสรุปของการสนทนาผู้เขียนได้แจงว่า เรากำลังทำการ implement ระบบ thin client อยู่วัตถุประสงค์เพื่อลด cost ทางด้านการซ่อมบำรุงลง และมีการจดบันทึกสถานะทุกวันทั้งเรื่องความพึงพอใจของผู้ใช้ และ อาการเสียหรือปัญหาต่าง ๆเพื่อจะสรุปให้ได้ว่าสามารถนำมาใช้แทนระบบคอมพิวเตอร์เดิมได้ทั้งหมด และลด cost ทางด้านไอทีลงได้จริง ๆ ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าสู่กันฟังเป็นระยะ ๆ ต่อไป...

      ในขณะที่เขียนเรื่องนี้บริษัทนี้ไ้ด้ใช้ thin client แล้ว 15 ตัว ผ่านมา 1 เดือนยังไม่ีมีปัญหาใด ๆ ทั้งเรื่องของความช้า และความพึงพอใจของผุ้ใช้

      Tuesday, December 15, 2009

      เอาละซิ WYSE S10 thin client อ่านภาษาไทย thumbdrive ไม่ได้

      การใช้เครื่อง thin client นอกจากเพื่อช่วยประหยัด cost ทางด้านการซ่อมบำรุงแล้ว การอำนวยความสะดวกด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับการทำงานก็ไม่ควรด้อยหรือน้อยลงไปกว่า pc มิฉะนั้นการลดต้นทุนอาจจะไม่ช่วยให้เกิดการตัดสินใจมาใช้ thin client ถ้าหากทำให้การทำงานประจำวันขององกรต้องมีอุปสรรค อย่างเช่นปัญหาการใช้ thumbdrive เป็นต้น ผู้เขียนได้ implement ระบบให้บริษัทแห่งหนึ่งมีการติดตั้งเครื่อง thin client ยี่ห้อ WYSE S10 จำนวน 12 เครื่อง ใช้ Windows XP เป็น Terminal Server โดยติดตั้งโปรแกรม ThinDesktop การใช้โปรแกรม office และโปรแกรมอื่น ๆ รวดเร็ว และไม่มีปัญหาอะไร แต่มีหน่วยงานหนึ่งต้องใช้ thumbdrive และกล้องดิจิตอลเป็นหลัก ซึ่ง WYSE มี USB port มาแล้ว เราได้ setup ให้มองเห็น usb นี้ด้วยเมื่อคอนเนคไปที่ Terminal Server thumbdrive ที่เสียบเข้าไปมองเห็น แต่ชื่อไฟล์ที่เป็นภาษาไทยกลับเป็นตัวขยะ ถ้าดับเบิลคลิกไฟล์ที่เป็นภาษาไทยเพื่อเปิดด้วยโปรแกรม จะแจ้งว่าไฟล์ไม่มีอยู่หรือ path not found สำหรับชื่อไฟล์ที่เป็นภาษา eng ไม่มีปัญหาอะไรสามารถเปิดใช้ได้ตามปกติ

      thin client

      ปัญหานี้ทาง support ของ WYSE ยังไม่มีคำตอบใด ๆที่น่าประทับใจ และยังแก้ไม่ได้ ทางผู้เขียนได้ใช้วิธีการทางสังคมช่วยเหลือโดยการอำนวยความสะดวกให้มาเสียบ thumbdrive ที่เครื่อง Terminal Server ไปพลางก่อน และจะทดสอบปัญหานี้กับ thin client ยี่ห้ออื่น ๆ ต่อไป ( ยี่ห้อ Maple , HP )

      ในองกรที่มีกฏระเบียบเคร่งครัดเกี่ยวกับการใช้ thumbdrive คงไม่มีปัญหา แต่กับองค์กรที่ต้องระดมทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่นี่ซิถ้าหากต้องการใช้ระบบ thin client ก็คงต้องพิจารณาความต้องการของตนให้รอบด้าน ว่าต้องใช้อะไร หรือไม่ต้องใช้อะไร เพื่อจะได้เลือกยี่ห้อและ spec ต่าง ๆ ได้ถูกต้องเหมาะสมที่สุด และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่่ทำด้านนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นเรื่องของโครงสร้าง และเป็นหัวใจของกระบวนการทำงานใน office ซึ่งจะมาล้มเหลวด้วยปัญหาเล็กๆน้อยไม่ได้...จริงไหมครับ

      Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More