Showing posts with label Implement IT. Show all posts
Showing posts with label Implement IT. Show all posts

Tuesday, June 1, 2010

TeamViewer คุณรู้จักไหม??

1. รู้ว่าโปรแกรมนี้ช่วยให้ช่างเทคนิคแก้ปัญหาให้กับเครื่องไกล ๆ ได้โดยไม่ต้องวิ่งเข้าไปดูที่หน้าเครื่อง ปัญหาที่ว่าต้องเป็นปัญหาทางด้าน softwareเท่านั้นโดยเครื่องยังต้องเข้าอินเทอร์เน็ตได้ ถ้าปัญหาของเครื่องเกิดจากฮาร์ดแวร์เช่นเปิดไม่ติด teamviewer ก็ไร้ประโยชน์


2. รู้ว่าโปรแกรม TeamViewer มีชุดที่เป็น Free License (non-commercial use only)ซึ่งใช้งานได้ดี กับชุดต้องเสียเงิน ซึ่งสามารถเปลี่ยนโลโกจากลูกศรชี้เป็นของเราได้ แต่แบบนี้ online ได้ไม่นานก็หลุดชุด free กับใช้งานได้นานกว่า

3. รู้ว่าช่างเทคนิคต้องบอกปลายทางให้รันไอคอน ที่ช่างจะต้องตั้งไว้ไอคอนของ TeamViewer  ไว้ก่อน แล้วให้ฝั่งโน้นบอกหมายเลขที่สำคัญ 2 หมายเลขคือ ID กับ พาสเวิร์ด ตัว ID ไม่ว่าจะรัน teamviewer สักกี่ครั้งก็ได้หมายเลขเดิม ส่วนพาสเวิร์ดนั้นเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ คราวนี้ถ้าปลายทางความรู้แค่หางอึ่ง และช่างเทคนิคทำไอคอนไว้ลึกลับเกินไป ก็ไม่แน่ว่าช่างเทคนิคจะต้องวิ่งเข้าไปที่หน้างานเองหรือไม่


4. รู้ว่า TeamViewer นิยมใช้กับคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องสนใจว่าตัว gateway ของระบบนั้นจะเป็น firewall หรือไม่ เมื่อเทียบกับ VPN หรือ RDP ที่ช่างเทคนิคชอบใช้แก้ปัญหา ตัว TeamViewer ทะลุข้อจำกัดของระบบทั้งหมด

5. รู้ว่าเมื่อก่อนนี้ใช้ VPN บ้าง RDP บ้าง ใช้ LogMe บ้างเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าปลายทาง แต่เมื่อมาใช้ TeamViewer แล้วรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ลืมของเก่าเกือบหมดสิ้น

6. รู้ว่าถ้าต้องการส่งไฟล์ใหญ่ ๆ ไปเครื่องปลายทางใช้ TeamViewer ดีกว่าอย่างอื่น เพราะมีฟังก์ชั่น FileTransfer ด้วยและใช้งานได้ดีอีกด้วย


7. รู้ว่าถ้าใช้ของ free license จะใช้ได้นานมากกว่า 5 ชั่วโมงจนกว่าเน็ตจะหลุด แต่ถ้าใช้แบบคุณปรับเปลี่ยนโลโกเองได้แล้วละก็ ใช้ได้ห้านาทีก็หลุดและให้คุณไปซื้อ license เสียด้วยนะ

8. รู้ว่า TeamViewer ใช้กับ Windows 2003 และ windows98 ได้ด้วยนิ

9. รู้ว่าต่อไปนี้ช่างคนไหนจะขอเบิกรถออกไปซ่อมคอมพิวเตอร์ข้างนอก จะต้องตอบคำถามให้มากขึ้นว่าทำไมแก้ปัญหาผ่านระบบ Remote ไม่ได้ และถ้าพบเห็นว่าช่างคนไหน แนะนำให้ user แก้ปัญหาแบบไม่เห็นหน้าจอช่างไม่ยอมคีย์เองหล่ะก้อ น่าดู

10. รู้ว่า TeamViewer นอกจากจะใช้ผ่าน internet แล้วยังสามารถใช้ lan ภายในได้ด้วย แปลกใจหล่ะซิ
ในหน้าจอ TeamViewer ให้เลือก Extra -> Option -> ภายใต้หัวข้อ Connection in local network (via IP address) เลือก Incoming LAN Connection ให้เลือกเป็น Accept และให้เครื่องที่จะเข้ามา support ใ่ส่ช่อ ID เป็น 192.168.0.0 อะไรก็ว่าไปแล้วแต่ไอพีของเครื่อง พาสเวิร์ดก็เช่นเดิม เท่านี้
แล้วแบบนี้จะใช้ VPN ไปทำไม ?

11. ยังรู้อีกว่า TeamViewer บันทึกการทำงานเป็น video file เอาไว้ดูได้อีกด้วย ยังไงนะเหรอ?


เอาหล่ะรู้กันพอสมควรแล้ว ลองของจริงกันเลยดีไหม ลูกค้าที่คอมพิวเตอร์มีปัญหาอยากจะเช็คอาการเบื้องต้นโดยผ่าน TeamViewer ติดต่อฝ่าย support ของเราได้เลยครับ
083-4955863

http://shopsgoods.tarad.com/product_635325_th

ดาวน์โหลดโปรแกรม TeamViewerQS.exe ไปติดตั้ง โดยไม่ต้อง install เลยแล้วบอกหมายเลข
ID: กับ Password มา

http://www.teamviewer.com/download/TeamViewerQS.exe

Maintenance IT Service


บริษัทไอทีทริปเปิลพลัส มีการจัดระบบบริการซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ไอที (MA Service System) ไว้บริการลูกค้า โดยนำเสนอบริการให้เข้ากับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยมีเป้าหมายการลดต้นทุนทางไอทีเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งลูกค้าจะจ่ายเท่าที่ใช้ และใช้เท่าที่จำเป็น  เมื่อท่านมีปัญหาทางด้านไอที โปรดติด่อมายังเราเพื่อปัญหาของท่านจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี และมีความเป็นมาตรฐานของแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้ท่านได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการเมื่อเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาด

ขอให้ท่านบริหารธุรกิจที่เชี่ยวชาญอย่างเต็มความสามารถ ปล่อยภาระงานไอทีให้เป็นหน้าที่ของเรา ซึ่งท่านจะได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น
- ลดการจ้างและการฝึกอบรมกับพนักงานผู้ดูแลระบบ และพนักงานผู้ใช้
- มีเวลาและเครื่องมือที่จะพัฒนาธุรกิจหลักของท่านได้มากขึ้นและเต็มที่
- มีผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาทั้งระบบฮาร์ดแวร์แ ซอฟต์แวร์และ IT Security อยู่ข้างตัว
- ใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างคุ้มค่า และเต็มประสิทธิภาพ
- ธุรกิจไม่มีหยุดชะงัก จากระบบไอทีล่ม

ท่านสามารถเรียกใช้บริการอะไรได้บ้าง

ทีมช่างเทคนิคที่จะเข้าไปดูแลประจำไซด์ ทุกๆเดือน หรือสัปดาห์ ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างบริษัท และ ลูกค้าโดยมีการดูแลระบบให้ ดังต่อไปนี้

    * ดูแล ระบบเครือข่าย (Network Maintenance)
    * ดูแล การเชื่อมต่อและสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Connecting People)
    * ดูแล บำรุงรักษาระบบปฏิบัติการ OS (OS Maintenance)
    * สำรอง ข้อมูล (Backup Data)
    * อัพ เดท Security patch‚ OS update and etc.
    * ระบบ ป้องกันไวรัส Gateway AV‚ Hostbase AV‚ Centralization AV
    * แก้ไข ปัญหาโปรแกรมประเภทออฟฟิค (End User Support)
    * ให้ คำแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ และ  ระบบการสำรองข้อมูล (IT Consultant)
    * ระบบ Helpdesk ทุกวัน จันทร์ - เสาร์

Monday, May 31, 2010

Implement ระบบ Authenticated สำหรับอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน แบบง่าย ๆ

ณ โรงเรียนบ้านบ่อรัง วิเชียรบุรี เพชบูรณ์.....

Monday, May 10, 2010

ว่าด้วยเรื่องของ OpenLdap รวบรวมไว้กันลืม

รวบรวมบทความว่าด้วยเรื่อง OpenLdap ไว้ให้เป็นหมวดหมู่ บทความไหนไม่ชัดเจน ทำตามไม่ได้ค่อยคัดออกทีหลัง


OpenLDAP with Linux and Windows

Tuesday, December 22, 2009

จัดระเบียบความคิดให้คมด้วย FreeMind

จัดระเบียบความคิดให้คมด้วย FreeMind

Monday, December 14, 2009

Damn Small Linux เปลี่ยน Old PC ให้เป็น Thin Client ใน 5 นาที

วันนี้ต้องจัดคอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงาน store สถานีหนึ่งเพื่อใช้พิมพ์ ERP คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ก็เก่าเหลือเกินเป็นรุ่น Pentium III มีแต่ CD-ROM ไม่มีฮาร์ดดิสก์ ยังพอปิดเปิดได้ ถ้าขอซื้อ thin client ใหม่ก็คงไม่ทันการแน่ ๆ ลักษณะงานของที่นี่ใช้ระบบ thin client แทนคอมพิวเตอร์เก่าบางส่วน โดยใช้ windows 2003 เป็นตัว server ซึ่งยังเหลือคอมพิวเตอร์เก่า ๆ อยู่บ้าง นับว่าโชคดีที่เราใช้ระบบ thine client มี server อยู่ เพียงการ set คอมพิวเตอร์เก่า ๆ ที่มีอยู่แล้วให้ใช้ RDP เข้าไปที่ server และเรียกใช้โปรแกรม ERP ก็น่าจะได้

จึงต้องหา linux ที่มีขนาดเล็ก boot ด้วยแผ่น CD มี X-Windows ใช้เมาส์ได้และให้มีโปรแกรม rdesktop เพื่อจะทำเป็น thin client ลิงค์เข้าไปใช้โปรแกรมที่ฝั่ง server ก็พบ Damm Small Linux ที่มีขนาดเล็กเพียง 50 MB เท่านั้น อีกทั้งยังมีโปรแกรม rdesktop มาให้ใช้ด้วย จึงดาวน์โหลดไฟล์ iso มาไรท์ลง CD
นำไป boot กับเครื่องคอมพิวเตอร์เก่า ปรากฏว่าใช้เวลาปฏิบัติไม่ถึง 15 นาที ก็สามารถนำคอมพิวเตอร์เก่าเครื่องนั้นไปใช้โปรแกรม erp ได้ ง่าย ๆ แค่นี้.....



Damn Small Linux is a business card size (50MB) live CD Linux distribution. Despite its minuscule size it strives to have a functional and easy to use desktop. Damn Small Linux has a nearly complete desktop, including XMMS (MP3, and MPEG), FTP client, links-hacked web browser, spreadsheet, email, spellcheck (US English), a word-processor, three editors (Nedit, nVi, Zile [emacs clone]), Xpdf, Worker (file manager), Naim (AIM, ICQ, IRC), VNCviwer, SSH/SCP server and client, DHCP client, PPP, PPPoE, a web server, calculator, Fluxbox window manager, system monitoring apps, USB support, and soon it will have PCMCIA support as well. If you like Damn Small Linux you can install it on your hard drive. Because all the applications are small and light it makes a very good choice for older hardware.

http://distrowatch.com/table.php?distribution=damnsmall

Saturday, December 12, 2009

ใช้ Windows 7 ช่วยลดต้นทุนถึง 20% ของแท้หรือเทียม??

ข่าวจาก http://www.arip.co.th/news.php?id=409975 ไมโครซอฟท์อ้างว่า นอกจากระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง Windows 7 จะมีสเถียรภาพของการทำงาน และระบบจัดการพลังงานที่ดีกว่าโอเอสรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว หากองค์กรในภาคธุรกิจเลือกใช้ Windows 7 มันยังช่วยลดต้นทุนในการซัพพอร์ตระบบได้มากถึง 20% อีกด้วย

สำหรับข้อมูลดังกล่าว ไมโครซอฟท์อ้างว่า เป็นการรวบรวมผลสรุปจากฟีดแบ็คของผู้ที่ได้มีโอกาสใช้เป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่ง ปรากฎว่า Windows 7 สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซัพพอร์ตคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทได้ 70 - 160 เหรียญฯ ต่อเครื่อง โดยจำนวนเงินนี้ได้มาจากค่าบริการซัพพอร์ตพีซีต่อเครื่องเป็นระยะเวลานาน 2 ชั่วโมง

"หลายบริษัทตระหนักดีว่า Windows 7 สามารถช่วยประหยัดค่าแรงงานไอทีได้โดยตรง" Gavriella Schuster ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์ ได้โพสต์ไว้ในบล็อก "เรารู้สึกดี และตื่นเต้นมากกับผลลัพธ์ที่ได้จากกลุ่มผู้ใช้ Windows 7 เป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของ Windows 7 ที่มีต่อองค์กรภาคธุรกิจ" Schuster กล่าว สำหรับผลการวิจัยข้อมูล (Early adoptors survey) ดังกล่าวจัดทำโดยไมโครซอฟท์ร่วมกับ City of Miami, Getronics และบริษัท Baker Tilly ในสหราชอณาจักร

อย่างไรก็ตาม Schuster ไม่ได้ระบุว่า ตัวเลขเม็ดเงินที่ประหยัดขึ้นมาได้นั้นเป็นการเปรียบเทียบจากการใช้ Windows 7 กับ Windows Vista ที่ค่อนข้างมีปัญหา หรือ Windows XP ที่มีสเถียรภาพค่อนข้างดีในการใช้งาน นอกจากนี้ทางไมโครซอฟท์ยังกล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะออกชุดเครื่องมือช่วยให้องค์กรย้ายไปใช้ Windows 7 ได้ง่ายขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
==================

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน

อ่านข่าวแล้วดูเหมือนไมโครซอฟต์จะปลื้มใจมาก ๆ กับ Windows 7 ที่สามารถลดงานซ่อมบำรุงลงได้มาก เพราะแฮงก์น้อยลงนั่นเอง
แต่ถึงขนาดจะช่วยลดต้นทุนได้แท้จริงหรือไม่นั้น คงต้องพิสูจน์กันต่อไปอีกยาว ๆ หน่อย เพราะบริษัทที่ตั้งใจจะลง Windows7 ทั้ง office เพื่อลดงานซ่อม คงต้องเพิมงบประมาณ upgrade เครื่องก่อน เพราะเจ้า Windows 7 กินทรัพยากรเยอะเหลือเกิน เห็นทีคนที่จะได้ประโยชน์คงเป็นพวกขาย hardware และ microsoft นั่นเอง

Wednesday, November 18, 2009

มาใช้ thin client เพื่อลดงาน maintenance computer กันดีไหม??

ผู้อ่านท่านที่เคารพครับ มีลูกค้าของไอทีทริปเปิลพลัสรายหนึ่งโรงงานอยู่ย่านสมุทรปราการ แถวๆอุตสาหกรรมฟอกหนังมาบ่นให้ฟังว่า คอมพิวเตอร์เสียบ่อยมากๆๆ เมื่อเสียแล้วหาอะไหล่ในรุ่นเดิมไม่ได้ เช่นตัวเดิมเป็นเมนบอร์ด socket 478 ยี่ห้อ Asus พอเสียแล้วก็หารุ่นนี้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแผงวงจรใหม่เป็นรุ่น socket 775 ซึ่งก็ต้องเปลี่ยน cpu ,ram , power ตามไปด้วยเพื่อให้มันเข้ากันได้ ต้นทุนการเปลี่ยนต่อเครื่องที่เสียราวๆ 6000 บาท พอเปลี่ยนมาเป็น socket 775 แล้ว เมนบอร์ดเสียอีก ก็ิเริ่มจะหาอะไหล่ไม่ได้ กลายเป็นฝันร้ายสำหรับงาน maintenance ไปที่หมุนกลับมา ณ จุดเดิมอีก และทราบว่าขณะนี้มีคอมพิวเตอร์รุ่น socket 478 อยู่อีกราวๆ 60 เครื่อง ซึ่งก็จะทยอยเสียไปตามลำดับอายุใช้งานอยู่แล้ว ที่คอมพิวเตอร์เสียบ่อย ๆ ผู้เขียนได้เคยเข้าไปติดตั้งระบบ firewall ด้วย endian firewall community ให้กับบริษัทแห่งนี้ ตอนนั้นได้เลือก server เป็น เครื่อง IBM X3100 ใช้ได้ไม่ถึงหกเดือนดีเลยครับ เมนบอร์ดเสีย ทาง IBM แจ้งว่ามีคราบสนิมเต็มไปหมดทั้งเมนบอร์ดและแรม จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคอมพิวเตอร์จึงเสียบ่อย ๆ เพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นสารเคมีจากอุตสาหกรรมฟอกหนังนั่นเอง
เมื่อลูกค้าได้กรุณาถามมา เราก็ได้นำเสนอ solution ที่จะตอบโจทก์ของท่านในสาระสำคัญดังนี้

1. ต้องแก้ปัญหาเรื่องการหาอะไหล่คอมพิวเตอร์ให้เด็ดขาด (แบบว่าอีกห้าปีก็ไม่ต้องซื้อใหม่)
2. เมื่อระบบคอมพิวเตอร์เสียต้องฟื้นคืนชีพได้อย่างรวดเร็ว (30 นาที พอรับได้)
3. ให้ลดต้นทุนการ maintenance ลง (จำนวนคนในฝ่ายไอที 3 คนสำหรับคอมพิวเตอร์และ server 120 เครื่อง)
4. ระบบงาน office ต้องไม่เสีย และมีระบบ backup ที่ดีตามข้อกำหนดของ ISO9008 (นัยว่าทำระบบ ISO อยู่)
5. มี windowsxp อยู่แล้วไม่ต้องการเพิ่ม server 2003 หรือ server ใด ๆ อีก

คุณผู้อ่่านท่านที่เีคารพ พิจารณาดูความต้องการแล้ว ไม่น้อยไป ไม่มากไปใช่ไหมครับ แต่สำหรับชาวไอทีที่ต้องหา solotion ให้ได้ตามความต้องการต้องคิดหนักหล่ะครับงานนี้

ตามความต้องการนี้ผมได้แนะนำให้ใช้ระบบ thin client ซึ่งทางลูกค้ายังงงๆ ว่าไอ้เจ้า thin client นี่มันอะไร เรากำลังพูดถึงปัญหาการ maintenance คอมพิวเตอร์อยู่มิใช่หรือ?? ครับ thin client ก็คือคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถใช้โปรแกรม office ได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป ซึ่งจะแตกต่างอยู่ที่วิธีการเรียกใช้โปรแกรม และฮาร์ดแวร์ของ thin client ในสภาพแวดล้อมของโรงงานแห่งนี้และความต้องการแก้ปัญหา maintenance ให้ได้เรามาพิจารณากันดูว่าเจ้า thin client จะทำงานได้ตามความต้องการนั้นหรือไม่ ( โดยที่ลูกค้าขอติดตั้งเพื่อทดสอบดูก่อน 10 เครื่อง ) นัยว่ายังไม่แน่ใจ

Thin Client คืออะไร??



พูดถึง thin client มานานแล้วถึงคราวที่จะมารู้จักว่า thin client คืออะไรอย่างจริงๆจังเสียที อันว่า thin client นั้นคือคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งมีความซับซ้อนทางด้านฮาร์ดแวร์น้อยกว่าเครื่อง PC มาก อุปกรณ์ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้เข้ากันได้เสมือนเป็นฮาร์ดแวร์ชิ้นเดียวกัน จึงไม่มีปัญหาเรื่องการ upgrade หรือต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ บ่อย ๆ จึงดูแลรักษาง่าย และมีความคงทนสูงกว่าเครื่อง PC มาก ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้และการประมวลผลส่วนใหญ่จะอยู่ที่เครื่อง server ตัว thin client มีเพียง os ที่ใช้ boot และแสดงผลเท่านั้น ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจาก thin client นั้นมีมากมาย เช่น
1. ลดการซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จะต้องเสียหรือจะต้อง upgrade บ่อย ๆ ตลอดอายุที่ใช้ thin client ซึ่งมีอายุใช้งานตั้งแต่ 7-10 ปีเลยทีเดียว บริษัทได้ประโยชน์มหาศาลทั้งเรื่องจำนวนเงินที่จะต้องซื้อเพื่อซ่อมหรือ upgrade และทรัยพยากรบุคคลที่จะต้องมีมากขึ้น เพื่อ maintenance
2. ลดปัญหาหาซื้อ hardware ในเสปรคเดิม ๆ ไม่ได้ PC ทุกวันนี้ตกรุ่นเร็วมาก PC ที่ซื้อออกมาเดือนนี้อีกหกเดือนข้างหน้าอาจจะหาซื้ออะไหล่ไม่ได้แล้ว เมื่อ thin client ไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หรือต้อง upgrade จึงแก้ปัญหานี้ไปโดยปริยาย
3. ลดการซื้อ software license ลงเช่น เครื่อง PC มีจำนวนสิบเครื่อง ก็ต้องซื้อ software จำนวน 10 ชุด PC เครื่องหนึ่งต้องใช้ windows , microsoft office , antivirus , dictionary คิดเป็นมูลค่า software 15000 บาท PC สิบเครื่องเท่ากับ 150,000 บาท ถ้าเป็นระบบ thin client ใช้ windowsxp เป็น host และกำหนดให้ thin client มาใช้ software ที่ windowsxp ก็ซื้อ software เพียง 15000 บาท บวกกับ software ที่กำหนดการ connection อีก 10 ตัว ๆ ละ 1000 บาท จึงมีมูลค่า software เท่ากับ 25,000 บาท ลองคิดดูครับว่าจาก 150,000 เหลือเพียง 25000 ต่างกันมากเพียงใด
4. ควบคุมการใช้ software ของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่อง PC นั้นมีโอกาสที่พนักงานจะนำโปรแกรมและเกมส์ต่าง ๆ มาติดตั้ง หรือใช้เพื่อการ entertain มากกว่าการทำงานได้ง่าย ส่วนระบบ thin client นั้นเพราะตัว software และโปรแกรมต่าง ๆติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องหลักเพียงเครื่องเดียว และมีการกำหนดสิทธิให้เห็นหรือให้ใช้เฉพาะโปรแกรมที่กำหนดได้ พนักงานจึงไม่สามารถจะติดตั้งโปรแกรมใด ๆได้
5. ในสถาพแวดล้อมบางอย่างแห่งเช่นในโรงงานที่ไม่มี office มีความร้อน และฝุ่นละอองมาก หรือในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีมาก ๆ หรือสถานที่มีการเคลื่อนไหวหนัก ๆ เกิดการสั่นสะเทือนถึงคอมพิวเตอร์เครื่อง PC ไม่เหมาะ ส่วน thin client มักจะทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาในสภาพแวดล้อมข้างต้น




ส่วนข้อด้อยของ thin client นั้นก็มีบ้างเมื่อเทียบกับ PC เช่น
1. หากจะให้ใช้โปรแกรมประเภทกราฟฟิก ตกแต่งภาพเช่นโปรแกรม photoshop , autocad เป็นต้น ก็ต้องใช้ thin client ที่มีราคาสูง ซึ่งอาจจะสูงกว่าเครื่อง PC เป็นต้น โดยปกติ thin client จะใช้ร่วมกับโปรแกรมในชุด office ได้ดี
2. การเปิดโปรแกรมและแสดงผลที่หน้าจอของ thin client อาจจะช้ากว่าเครื่อง PC มาก เพราะข้อมูลถูกถ่ายโอนผ่านสายแลน และเครื่อง host อาจจะต้องใช้ PC ที่มี spec สูง ๆ หรือใช้ server แท้จริงก็ได้
3. มีการลงทุนทางด้าน server สูง ถ้าหากต้องใช้ windows 2003 เป็น server และใช้ terminal service เป็นตัวรองรับการทำงานของ thin client ทางเลือกในปัจจุบันสามารถใช้ windowsxp และ vista ทำงานเป็น terminal service โดยผ่าน third program ได้เช่น thindesktop และ xpunlimited เป็นต้น
4. thin client ปัจจุบันอามีราคาเท่ากับหรือแพงกว่าเครื่อง pc

ในปัจจุบันนี้มีเครื่อง thin client หลายยี่ห้อ แต่ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากเห็นจะได้แก่ WYSE , Maple and HP เป็นต้น สำหรับการติดตั้งให้ลูกค้าโรงงานฟอกหนังนี้เราได้ใช้ยี่ห้อ WYSE เป็นหลักโดยได้จัดเตรียมคอมพิวเตอร์และการติดตั้ง ดังนี้

ส่วนของ server เป็นเครื่อง PC ใช้ mainboard ของ ASUS มี spec คร่าว ๆ ดังนี้
Mainboard Asus P5KPL VGA/Lan Onboard
CPU Pentuim Dual Core
RAM 1024 DDR2
Harddisk 120 GB
Windows XP professional


Source: แหล่งข้อมูลดีๆ
http://www.10zig.com/thinclient/thindesktop.php
มาสร้าง thin client จาก linux กันเถอะ จาก nextproject.net
Dowload PowerPoint Thin client คืออะไร อธิบายได้แจ่มแจ้งดีจริง ๆ
www.tss.co.th

Sunday, April 5, 2009

ทำไมต้อง Free AVG Antivirus

ที่ออฟฟิตมีคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่ยังติดไวรัสอยู่โดยมีไฟล์ autorun.inf เป็นพลังขับเคลื่อน และไฟล์นี้ฝังอยู่ในพาร์ติชั่นของทุกไดร์ฟ เมื่อดับเบิลคลิกไดร์ฟใด ๆ ก็ตามแทนที่จะเปิด explorer ขึนมาโดยปกติ กลับขึ้นถามว่าต้องการเปิดด้วยโปรแกรมอะไร คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีโปรแกรม antivirus จากค่าย Symantec เป็นตัวป้องกันอยู่ เมื่อสแกนไวรัสกลับไม่พบไวรัส ซึ่งก่อนหน้าที่จะใช้ Symantec เครื่องนี้มี nod32 มาก่อน ทั้งสองโปรแกรมนี้มีการ update ฐานข้อมูลใหม่ ๆเป็นปกติ ก็ยังปล่อยให้เครื่องมี autorun.inf อยู่ ผู้เขียนจึงเห็นว่าคงต้องฟอร์แมตเครื่องนี้แล้วลงโปรแกรมใหม่ดีกว่า.. หลังจากที่พยายามลบไฟล์ autorun.inf ตามแนวทางที่เขียนในบทความเรื่อง "หยุดไวรัสที่ต้นเหตุของไฟล์ Autorin.inf กันเถอะ "



... ช่วงนี้ผู้เขียนกำลังเซ็ตอัพระบ update avg antivirus โดยผ่าน endian firewall โดยเก็บไฟล์ update ไว้ที่เครื่อง endian และให้เครื่องลูกทั้งบริษัททำการ update มาที่เครื่อง endian firewall โดยไม่ต้องไปโหลดจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งการกำหนดเช่นนี้มาจาก policy ของบริษัทที่อนุญาตให้คอมพิวเตอร์เข้าใช้เน็ตได้ 10 เครื่องเท่านั้น ที่เหลือไม่อนุญาต ไม่ว่าจะเป็น port ใด ๆ หรือ www ก็ตาม แต่คอมพิวเตอร์เหล่านั้นต้องมีการ update anvitivirus หนึ่งในแนวทางทั้งหลายคือให้เครื่องที่ไม่อนุญาตเข้าอินเทอร์เน็ต update ผ่าน endian ภายในบริษัท

... ผู้เขียนได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่มีไฟล์ autorun.inf นี้ เนื่องจากเครื่องที่ใช้ประจำมีปัญหาพอดี จึงได้ลงโปรแกรม avg 8.5 free version และ update ผ่าน endian แล้ว scan หาไวรัส ซึ่งเจอหลายตัวเหมือนกันรวมทั้งไฟล์ l6hub0.com ด้วย เมื่อ avg ลบไฟล์เหล่านี้แล้ว ผู้เขียนได้แก้ attribute และลบไฟล์ autorun.inf คราวนี้ลบได้ ปิดคอมพิวเตอร์และเปิดใหม่ไฟล์ autorun.inf ไม่มี สแกนไวรัสอีกรอบไม่พบไฟล์ l6hub0.com หลังจากนั้นวันที่สอง ที่สาม ที่สี่... ก็ตรวจหาไฟล์ autorun.inf โดยปกติ ปรากฏว่ายังไม่พบ การดับเบิลคลิกไดร์ฟ C: และ D: เป็นการเปิด explorer ขึ้นได้ตามปกติ ไม่มีถามว่าจะเปิดด้วยโปรแกรมอะไรอีก ก็ยังอดนึกขำไม่ได้ว่าใช้โปรแกรม antivirus ประเภท enterprise สุดท้ายมาแก้ได้ด้วยของฟรีนี่เอง....

Monday, March 30, 2009

File Sharing Management

การประยุกต์ใช้ลีนุกซ์สำหรับองค์กร นอกจากจะพิจารณาถึงเรื่องลดต้นทุนด้านลิขสิทธิ์แล้ว ความเหมาะสมต่อระบบงาน ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน หากองค์กรลดต้นทุนทางด้านลิขสิทธิ์ลงได้ แต่ระบบงานต่าง ๆ ต้องหยุดชะงัก หรือสำเร็จลงได้อย่างทุกลักทุเล อันเนื่องมาจากการคอนฟิกลีนุกซ์ และการประยุกต์ใช้ไม่เหมาะสมกับลักษณะงานแล้ว ถึงขนาดที่ผู้บริหารต้องกลับมาพิจารณาว่าลีนุกซ์นั้นเหมาะต่อองค์กรของเราหรือยัง ??? คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่

ผู้เขียนเกริ่นไว้ในย่อหน้าแรกแบบคนมองโลกในแง่ลบ เพราะหลาย ๆ บริษัทที่ผู้เขียนได้ประสบมา มีการนำลีนุกซ์มาใช้ในองค์กร และต้องเปลี่ยนใจกลับไปใช้ windows 2003 เหมือนเดิม ส่วนใหญ่จะมีปัญหากับการทำ file sharing และเซตอัพตัวลีนุกซ์ให้ยืดหยุ่นกับลักษณะงานที่ต้องแชร์กันไม่ได้ อย่างเช่นงานโปรเจก ที่ไฟล์ๆหนึ่งต้องมีการเข้ามาใช้หลายคน จากหลายฝ่าย แต่ละคนที่เข้าถึงไฟล์นั้นต้องมีการแก้ไขบ้าง ปรับปรุงบ้าง บางคนให้เข้าถึงไฟล์นั้นได้ แต่ห้ามแก้ไข เป็นต้น หรืองานทางด้านการผลิตที่มีการผูกสูตรการผลิต (BOM) เป็นไฟล์ excel และให้ฝ่ายต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกรอกข้อมูล พอ save ไฟล์แล้วอีกฝ่ายหนึ่งเปิดขึ้นมาเป็น read only และต้องแก้ค่า permission กันอยู่ตลอด ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อแอดมินพยายามแก้ปัญหาก็จะมองไปที่ configuration ของ samba เป็นหลัก โดยไม่มองให้ลึกลงไปถึงตัวลีนุกซ์ที่ samba ใช้เป็นเจ้าเรือนในการรัน ซึ่งมี permission ในการจัดการไฟล์ ก่อนที่ตัว samba จะเข้ามาจัดการในส่วนของ samba เอง (ด้วย option : create mask,directory mask,directory security mask เป็นต้น)

ปัญหาการแชร์ไฟล์ในลักษณะดังกล่าวข้างต้นนั้น ลีนุกซ์เอง มีวิธีการจัดการได้อย่างเหมะสมและยืดหยุ่น ด้วยคำสั่งต่าง ๆ ของลีนุกซ์อยู่แล้ว แทบจะไม่ต้องไปกำหนดค่า option เพิ่มเติมให้ samba เลย เรามาลอง implement file sharing ตามโจทก์ข้างต้นนั้นโดยยกตัวอย่างไฟล์สูตรการผลิตที่เป็น excel (BOM : Bill of Material) ดังนี้

1. สร้างไดเรกทอรีบนลีนุกซ์เพื่อเปิดแชร์ร่วมกันก่อน
#mkdir /home/bomproduct
2. สร้างกลุ่ม และสร้างรายชื่อผู้ใช้งานมีสังกัดกลุ่ม เช่น
#groupadd mktgrp
#groupadd productgrp
#useradd -g mktgrp tawich
#useradd -g mktfrp somporn
#useradd -g productgrp somjit
#useradd -g productgrp prakong
3. ไดเรกทอรี /home/bomproduct มีเจ้าภาพคือสังกัดกลุ่ม productgrp ในข้อหนึ่งเราสร้างขึ้นมาโดย root ให้เปลี่ยนเป็นกลุ่ม productgrp ด้วยคำสั่ง #chgrp -R productgrp /home/bomproduct
4. กำหนดให้ไดเรกทอรีหรือไฟล์ใดๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่ม productgrp เสมอไม่ว่าผู้สร้างจะเป็นใครสังกัดกลุ่มไหน ด้วยคำสั่ง #chmod -R 2775 /home/bomproduct
5. เพิ่มผู้ใช้งานจากกลุ่มต่าง ๆ เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม productgrp
#gpasswd -M tawich,somporn (ตัวอย่างนี้เป็นการเพิ่ม user 2 คนจากกลุ่ม mktgrp เข้าเป็นสมาชิกเพิ่ม)
6. กำหนด umask ในไฟล์ /etc/bashrc ให้เป็น 002 (ตัวอย่างนี้เป็น FC9)
7. สร้างแชร์ริ่งด้วย samba แก้ไขไฟล์ /etc/samba/smb.conf
[bomfiles]
comment = BOM for Product
path = /home/bomeproduct
browseable = yes
read only = no

นี่เป็นตัวอย่างจริง ๆ จากการ implement ให้บริษัทแห่งหนึ่ง และได้ใช้ samba โดยมีลีนุกซ์เป็นพลังขับเคลื่อนระบบ BOM มาจนถึงบัดนี้....
เอกสารการ implement โดยละเอียดพร้อมภาพประกอบ ผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ permission

http://www.redhat.com/docs/manuals/linux/RHL-8.0-Manual/ref-guide/s1-users-groups-private-groups.html
http://www.lockergnome.com/linux/2002/08/29/the-users-mask/
http://www.dartmouth.edu/~rc/help/faq/permissions.html
http://www.ubuntuclub.com/node/58

Monday, March 23, 2009

Disable CD Rom ปิดกันให้หมด ???

หลังจากที่ได้แนะนำวิธีปิด usb เพื่อป้องกันการใชแฟลซไดร์ฟกันไปแล้ว ผู้อ่านท่านที่เคารพที่มาเห็นบทความนี้เป็นครั้งแรกอาจแปลกใจ ทำไมต้องปิด usb และ cd กันเล่า??? ซึ่งจะได้ชี้แจงแถลงไขให้ทราบ โดยนัยแห่งความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร กล่าวคือ
บริษัทที่มีระบบความปลอดภัยอันยอดเยี่ยมแล้ว ทำไมข้อมูลจึงรั่วไหลไปสู่คู่แข่งได้ ??? เหตุใดบริษัทมีโปรแกรมป้องกันไวรัสชั้นยอดเยี่ยมแล้ว คอมพิวเตอร์ยังติดไวรัสอีกเล่า ??? บริษัทใดที่พนักงานยังใช้แฟลซไดร์ฟ มากกว่าเน็ตเวิร์ก บริษัทใดยังมีเครื่องซีดีรอมบนคอมพิวเตอร์ให้พนักงานได้เปิดหนังฟังเพลง และลงโปรแกรมได้อย่างเสรีแล้ว ถึงแม้บริษัทเหล่านั้นจะมีระบบรักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยม ก็อย่าพึงคาดหวังความปลอดภัยของข้อมูลกันเลย ว่าจะไม่มีการรั่วไหลไปไหน นั่นเพราะองค์กรได้เปิดประตูไว้อำนวยความสะดวกต่อการกระทำนั้นๆอยู่แล้ว...นั่นเอง

แล้วเราจะป้องกันปัญหาข้อมูลรั่วไหล และไวรัสได้อย่างไรหล่ะ ??? คำตอบสั้น ๆ คือ "ปิดประตู นั่นซะ" เพราะการห้ามหรือเขียนประกาศ ไม่เกิดผลทางปฏิบัติแน่นอน แล้วต้องปิดอย่างไร และปิดอะไรบ้าง

การปิดซีดีรอมทำได้หลายวิธี เช่น ถอดสายไฟ ถอดสายเคเบิล ภายในตัวเคส วิธีนี้เป็นวิธีดิบ ๆ ถ้าองค์กรมีคอมพิวเตอร์เป็นร้อย admin คงปวดหัวแน่ อีกทั้งผลข้างเคียงก็เยอะ ดีไม่ดีฮาร์ดดิสก์จะพลอยใช้งานไม่ได้ด้วย และคอมพิวเตอร์ขององค์กรเป็นโน๊ตบุ๊ก การถอดเคส ถอดสายคงทำไม่ได้แน่ หรือการปิดฟังก์ชั่นบนไบออส ไม่ให้เห็นซีดีรอม กันเลย ก็ออกจะอนุบาลอยู่ เพราะบางครั้งตัวไบออสกลับไปเป็นค่าเดิมซีดีรอมก็กลับใช้ได้มาอีก และผู้ใช้งานเองก็ฉลาดน้อยซะเมื่อไหร่หล่ะ เมื่อจะแก้ที่ตัวไบออสเอง (เสียชื่อ admin ผู้ปิดเข้าไปใหญ่) หากใช้โปรแกรมยูทิลิตี้ช่วย ก็เหมือนจะอาย ๆผู้ใช้อยู่ แหมจะปิดกันทั้งที ยังมีโปรแกรมยูทิลิตี้ฝังอยู่ในคอมพิวเตอร์ให้น่าลองแก้ ลองใช้อยู่อีก ....

วันนี้เรามาใช้วิธีการของ admin โดยเข้าไปปิดใน register ให้มันดูเป็นผู้เชี่ยวชาญน่าเกรงขามหน่อย เช่นเดียวกับวิธีปิด usb คราวก่อนนั่นแหละ

ขณะที่ยังไม่ปิด CD ROM ใน register


-- login เป็น Administrator
--- ไปที่ Start -> Run -> regedit พิมพ์เข้าไปแล้วกด enger
---- HKEY_LOCAL_MACHINE
----- SYSTEM -> CurrentControlSet -> Services -> Cdrom

ที่ด้านขวามือดับเบิลคลิกที่คำว่า Start แล้วใส่เลข 4 เข้าไปแทนเลขตัวเดิม แล้วปิดหน้าต่าง register ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และเปิดใหม่ คราวนี้ CD ก็หายไปจาก My Computer แล้ว สำหรับแอดมินเมื่อต้องใช้ใหม่ ท่านก็กลับเข้ามาใส่เลข 1 แทนเลข 4 เหมือนเดิม



ต่ออีกสักนิดใน HLM -> SYSTEM -> CurrentCntrolSet -> Services เรายังปิด floppy drive ได้อีกด้วยการเลือกหัวข้อ Floppy และปิดโดยนัยเดียวกันกับปิดซีดีนั่นแล

Monday, March 16, 2009

Disable USB Device - จะยกเลิกการใช้ usb กันเลยหรือ???


เป็นเสียงบ่นของ admin เมื่อได้รับนโยบายด้านความปลอดภัยของข้อมูลมาจากฝ่ายบริหาร มาตรการหนึ่งคือ "ให้ยกเลิกการใช้ flash drive" ทั้งหมด ส่วนวิธีการจะทำอย่างไรนั้นฝ่าย IT ต้องไปจัดหามาดำเนินการ ด้วยต้นทุนที่น้อยที่สุด และระยะเวลาดำเนินการให้รวดเร็ว ในความรู้สึกของผู้ใช้คอมพิวเตอร์แล้ว มาตรการนี้ดูออกจะรุนแรงเกินไป เพราะ flash drive เมื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แล้วย่อมมีคุณค่ามากมาย เช่นเอาไว้ backup ข้อมูล หรือส่งข้อมูลให้ฝ่ายต่าง ๆ หรือนำข้อมูลที่ทำยังไม่เสร็จจากที่ทำงานมาทำต่อที่บ้าน เป็นต้น หากมองในความรู้สึกของฝ่ายบริหาร flash drive ย่อมเป็นสื่อที่อันตรายที่จะนำความลับของบริษัทออกไปภายนอก หรือนำภัยคุกคามต่อคอมพิวเตอร์ต่าง ๆจากภายนอก มาสู่คอมพิวเตอร์ภายใน เป็นต้น

--- การปฏิบัตินโยบายลักษณะนี้ให้สำเร็จ โดย"บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น" จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง และพิจารณากันอย่างรอบคอบ ทั้งฝ่ายบริหาร ผู้ปฏิบัติ และผู้ใช้งาน เช่น

1. หากไม่มี flash drive แล้ว จะทำให้การส่งข้อมูลจากผู้ใช้งานสู่ผู้ใช้งาน หรือจากฝ่ายหนึ่งไปให้ฝ่ายหนึ่งภายในบริษัท จะสามารถทำได้ โดยสะดวกหรือไม่--- หากบริษัทมีระบบเน็ตเวิร์ก และ file sharing server ก็สามารถประยุกต์ใช้เพื่อส่งไฟล์ถึงกันได้ และสะดวกกว่าการใช้ flash drive หากบริษัทใช้ Linux Server หรือ Windows2003 ยังสามารถ set ระบบเมล์ภายในขึ้นมาใช้เสริมการแชร์ไฟล์ ได้ด้วย ในกรณีเช่นนี้ การใช้ flash drive ก็ไม่จำเป็น

2. การติดต่อกับลูกค้า จะทำได้หรือไม่ ?
--- หากบริษัทมีระบบ internet แล้ว การส่งรับไฟล์กับลูกค้ามักจะใช้อีเมล์กันเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีใช้ flash drive บ้าง เมื่อต้องไป present ที่บริษัทของลูกค้า เช่นนี้ก็อาจจะมีกฏของบริษัทเป็นข้อยกเว้น เพื่อการใช้งานได้

3. หากไม่มี flash drive ข้อมูลต่าง ๆ ในฮาร์ดดิสก์เมื่อสูญหายจะมีการ backup ไว้ให้ผู้ใช้หรือไม่?--- ระบบ server ของบริษัทเป็นลักษณะให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลใน server หรือยัง ? เรื่องนี้จัดว่าสำคัญในระบบต้น ๆ หากนโยบายเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล แต่ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล การที่ข้อมูลหายก็อาจจะสูญเสียพอๆกับข้อมูลรั่วไหลเช่นกัน ถ้ามีระบบ server และให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลใน server แล้ว การใช้ flash drive ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เพื่อ backup ข้อมูลอีก

4. หากงานไม่เสร็จจะนำกลับไปใช้ต่อที่บ้าน จะทำอย่างไร ???---- ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทแต่ละแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนโยบายด้านข้อมูล จะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้นำข้อมูลออกไปทำต่อที่บ้าน โดยเฉพาะงานที่ต้องนำเอกสารออไปพิมพ์ด้วย

ผู้เขียนได้ implement ระบบซึ่งมีการยกเลิกการใช้ flash drive หลายบริษัท ในหัวข้อเรื่อง "Samba กับการรักษาข้อมูลต่าง ๆขององค์กร" โดยจะให้ผู้ใช้งานเห็นร่วมและปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจนั้น จะต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งเรื่อง file server หรือ ระบบเมล์ภายในขึ้นมารองรับก่อน หากไปปิดหรือยกเลิกโดยไม่มีระบบใด ๆ ขึ้นมารองรับ ไม่นานนโยบายก็ใช้ต่อไม่ได้ และส่งผลให้งานเอกสารต่าง ๆต้องล่าช้า กลับมาเป็นข้ออ้างของผู้ใช้งานได้

เมื่อต้องปิด usb เพื่อยกเลิกการใช้ flash drive จริง ๆ การ config windows เพื่อยกเลิก usb สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเสริมใด ๆ

วิธีการปิด usb :

http://support.microsoft.com/kb/823732 ได้แนะนำวิธีไว้ สอง กรณีตือ

1. ถ้าได้มี usb device ติดตั้งอยู่แล้ว ให้เซ็ตค่าในรีจิสเตอร์ ดังนี้
เข้าไปที่
--- HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\UsbStor
----- ดับเบิลคลิกที่ Start
------- ใส่ค่าเป็น 4 และเลือกแบบเป็น Hexadecimal
--------- ออกจาก registry



ตรวจสอบดูที่ device manager จะพบว่า Usb Mass Storage Device เป็นสีเหลือง หากต่ออุปกรณ์ใด ๆ เข้าไปทาง usb อุปกรณ์นั้น ๆจะไม่แสดงผลที่ My Computer ก็เท่ากับว่าใช้งานไม่ได้นั่นเอง



http://blogs.technet.com/fixit4me/archive/2009/01/30/disable-usb-storage-devices-fix-it-live.aspx

Saturday, March 14, 2009

เศรษฐกิจโลกแบบนี้จะลดต้นทุนไอทีได้อย่างไร?

ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยขณะนี้ เชื่อว่าหลายบริษัทคงเตรียมตัวหาหนทางลดต้นทุนทางด้านไอทีลง และการลงทุนทางด้านไอทีใหม่ ๆ ก็คงชลอไปก่อน ฝ่ายที่หนาวๆร้อนๆตอนนี้คงไม่พ้นฝ่ายไอทีหรือผู้ที่มีหน้าที่บริหารจัดการทางด้านไอทีแน่นอน หลายๆท่านได้เริ่มคิดทั้งนอกกรอบและในกรอบกันบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะคิดในกรอบหรือนอกกรอบ ก็ต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริงที่บริษัทว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากไอทีได้ และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ด้วย..บริษัทไอทีทริปเปิลพลัสเอง ในฐานะผู้ให้คำแนะนำและจัดการระบบไอทีด้วยต้นทุนที่ต่ำ จึงอยากจะนำเสนอไอเดียจากประสบการณ์จริง และจากแนวความคิด(นอกกรอบ)บ้าง

ต้นทุนทางด้านไอทีแต่ละบริษัทอาจไม่เหมือนกัน บางบริษัทต้นทุนอยู่ที่การซ่อมบำรุงฮาร์ดแวร์ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ บางบริษัทต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ที่การซื้อ software เป็นต้น ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนฝ่ายไอทีควรสรุปออกมาเป็นตัวเลขให้ได้ เพื่อจะได้ลดได้ตรงจุด และสิ่งหนึ่งที่หลายบริษัทเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นคือระยะเวลาที่เสียไปกับการที่คอมพิวเตอร์นั้นทำงานไม่ได้ หรือต้องรอ เป็นต้นในบทความนี้จะไม่ใช้สูตรคณิตศาสตร์หรือทฤษฏีให้ดูยุ่งเหยิง แต่จะสรุปจากประสบการณ์ที่เห็นได้ในทางปฏิบัติ ดังนี้

แนวทางที่ 1 จัดคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมต่อจำนวนคนและต่อพื้นที่

---- ผู้เขียนพบบริษัทของลูกค้ารายหนึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำโต๊ะของผู้ใช้งานทุกโต๊ะ เรียกว่าหนึ่งคนต่อหนึ่งเครื่อง มีผู้ใช้จำนวน 30 คน คอมพิวเตอร์ก็จำนวน 30 เครื่อง ในช่วงเวลาที่ผู้เขียน implement นั้นพบว่าคอมพิวเตอร์บางเครื่องหนึ่งอาทิตย์ก็ยังไม่เคยเปิดเลย ในส่วนของผู้ใช้งานหากเครื่องของตนเองเสียก็จะรอจนกว่าเครื่องจะซ่อมเสร็จไม่ยอมไปใช้คอมพิวเตอร์ของคนอื่น เป็นต้น เมื่อคอมพิวเตอร์ที่เป็นประธานของต้นทุนมีจำนวนมาก รายจ่ายต่าง ๆ ย่อมมีตัวคูณมากไปด้วย
--------- ฉะนั้นการจัดสรรจำนวนผู้ใช้งานต่อคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องจะช่วยลดต้นทุนได้เช่นตัวอย่างข้างต้น ผู้เขียนได้ implement โดยจัดคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อผู้ใช้ 3 คน คอมพิวเตอร์จะลดลงเหลือเพียง 10 เครื่อง มีที่ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะด้านอีกประมาณ 10 เครื่อง โดยแนวทางนี้บริษัทสามารถใช้คอมพิวเตอร์ 20 เครื่องกับปริมาณงานเท่าเดิมได้
--------- ส่งเสริมระบบจำนวนผู้ใช้ต่อเครื่องให้เป็นจริงมากขึ้นด้วยการตั้งคอมพิวเตอร์แบบ pool กลางแต่ละฝ่ายก็จะมีพื้นทีว่างในห้องก็จัดคอมพิวเตอร์ออกจากโต๊ะทำงานและจัดเรียงให้เป็นระเบียบในแต่ละฝ่าย ส่วนใหญ่จะโดนต่อต้านบ้างในช่วงแรก เมื่อทำเป็นระบบทัังหมดแบบเสมอภาคกันแล้ว ทุกฝ่ายก็จะยอมรับ อีกทั้งยังทำให้ตนเองมีพื้นที่โต๊ะทำงานมากขึ้นด้วย

แนวทางที่ 2 ส่งเสริมให้ใช้ข้อมูลผ่านระบบ network เพื่อช่วยลดเวลา และกระดาษให้มากที่สุด
------ บริษัทที่มีคอมพิวเตอร์มากกว่าสองเครื่องส่วนใหญ่จะมี network เราก็ใช้ network นั้นให้เป็นประโยชน์มากที่สุด โดยทำเป็นพื้นที่ให้ผู้ใช้ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งจะส่งรายงานหรือไฟล์ให้อีกฝ่ายหนึ่ง แทนที่ copy ลง flash drive หรือพิมพ์เป็นเอกสารไปให้ก็ส่งเป็นไฟล์ไป กระดาษก็จะลด เครื่องพิมพ์ก็จะใช้งานน้อยลง แต่ละหน่วยงานก็ต้องมาตกลงกันว่าเอกสารแบบไหนที่ต้องการกระดาษ เอกสารแบบไหนที่ไม่จำเป็นต้องเป็นกระดาษ ในบริษัทลูกค้าตัวอย่างนั้นผู้เขียนได้เอาคอมพิวเตอร์จากที่เหลือด้วยการจัดสรรนั้นมาทำเป็น Linux Server 1 เครื่อง และทำเป็น Linux Mail Server อีก 1 เครื่อง ให้พนักงานได้ใช้ทั้ง file shareing และเมล์ภายในกันเลย สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเวลาที่ผู้ใช้งานต้องสูญเสียไปกับการ copy ข้อมูล การเดินไปหาอีกฝ่ายหนึ่ง และกระดาษลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แนวทางที่ 3 คอนฟิกคอมพิวเตอร์ให้ stable เสียแต่ต้น ปิดวงจรไวรัสทั้งหลาย ช่วยลดการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ได้มาก
----- ผู้เขียนได้ set คอมพิวเตอร์ทั้งหมดนั้นโดยหยุดฟังก์ชั่น autorun / autoplay และหยุด serverice ต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น เพื่อปิดทางการทำงานของไวรัส มีการ set ระบบ restore ข้อมูลเมื่อโปรแกรมวินโดสว์เกิดเสียหาย ก็เรียกระบบเดิมกลับมาใช้งาน โดยไม่ต้องติดตั้ง hardware ใดๆ อันเป็นการเพิ่มต้นทุนอีก ทุกอย่างนั้น config ได้โดยตัวของวินโดวส์เอง หากคอมพิวเตอร์เครื่องใดเสียก็ให้ admin ของบริษัทแก้ปัญหาตามแนวทางที่ set ไว้ เกือบหนึ่งปีที่ไม่เคยยกเครื่องออกไปซ่อมกันเลย มีเพียงแต่ตัว hardware เสียเท่านั้น และไวรัสที่ติดเข้ามาในเครื่องแทบจะไม่มีเลย ก็ช่วยประหยัดการงบการซ่อมบำรุงลงไปเยอะ

ทางด้านการใช้ internet และการลงทุนด้าน network เช่น ระบบจัดเก็บ log ที่จำเป็นต้องมีก็ได้ติดตั้ง endian community โดยการคอมพิวเตอร์ที่เหลือนั้นมา set เพิ่ม...

ส่วนแนวทางการใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวและแชร์กันด้วย MagicMirror หรือแม้แต่ระบบ ThinClient นั้นผู้เขียนก็เคย Implement มาแล้ว เห็นว่าประหยัดได้ในช่วงแรกเท่านั้น แต่จะเสียค่า maintenance สูงมาก และระบบไม่ค่อย stable เท่าที่ควร

และอีกแนวทางหนึ่งคือการใช้ application office ด้วย opensource ทั้งหมดนั้น ก็ต้องดูบริษัทคู่ค้าของเราด้วยว่าการติดต่อสื่อสารกันจะทำได้สะดวกหรือไม่ อย่างไร เท่าที่ผู้เขียได้ implement ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งด้วยการใช้ open source ในงานด้าน office พบว่าในบริษัทเองไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมปัญหาเมือต้องติดต่อสื่อสารกับบริษัทคู่ค้าต่าง ๆ จึงยกเลิกไป ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร..

นี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งและยังเป็นความคิดในกรอบอยู่ บทความถัดไปผู้เขียนจะนำเสนอความคิดนอกกรอบที่กำลังทำอยู่ให้พิจารณาต่อไป...

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More